กรอกข้อมูลของคุณ
เครื่องคำนวณฟรีนี้ vs PRO $9
ฟรี: คำนวณภาษีเงินได้รายบุคคลในเบราว์เซอร์ของคุณ ไม่เก็บข้อมูล ไม่ต้องสมัครสมาชิก เหมาะกับการเช็กภาษีตัวเองปีละครั้ง
PRO ($9 จ่ายครั้งเดียว): ไฟล์ Excel สำหรับผู้ขายออนไลน์ — จัดการ 30 SKU ในไฟล์เดียว เตือนสินค้าที่กำลังขาดทุนอัตโนมัติ สรุปกำไรรายเดือนทั้งร้าน พร้อมตารางอ้างอิงค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มปี 2569 รับไฟล์ทันทีหลังชำระเงินผ่าน Creem ใช้ได้ตลอดไปบน Excel และ Google Sheets
วิธีคิดภาษีเงินได้ของมนุษย์เงินเดือนปี 2569
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของมนุษย์เงินเดือนไม่ได้คิดจากเงินเดือนตรง ๆ แต่คิดเป็นลำดับขั้น เริ่มจากรายได้ทั้งปีก่อน ซึ่งรวมเงินเดือน 12 เดือนบวกโบนัสและรายได้อื่นที่เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) ทั้งหมด จากนั้นหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา 50% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ขั้นนี้ไม่ต้องมีใบเสร็จ เป็นสิทธิที่กฎหมายให้อัตโนมัติสำหรับเงินได้ประเภทเงินเดือนค่าจ้าง
ขั้นต่อมาคือหักค่าลดหย่อน เริ่มจากค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาทที่ทุกคนได้โดยอัตโนมัติ บวกค่าลดหย่อนคู่สมรสไม่มีรายได้ 60,000 บาท บุตรคนละ 30,000 บาท (บุตรคนที่ 2 ขึ้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 ได้คนละ 60,000 บาท) บิดามารดาอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี คนละ 30,000 บาท และที่สำคัญคือเงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายจริงหักได้เต็มจำนวน ซึ่งปี 2569 สูงสุด 10,500 บาทต่อปีตามเพดานใหม่ นอกจากนี้ยังมีค่าลดหย่อนกลุ่มประกันชีวิต (สูงสุด 100,000 บาท) ประกันสุขภาพ (สูงสุด 25,000 บาท รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF และ TISA — เครื่องมือนี้รวมเฉพาะรายการพื้นฐานที่ทุกคนมี ส่วนค่าลดหย่อนกองทุนเพิ่มเติมของคุณต้องคำนวณเพิ่มเองแยกต่างหาก (กรอบลดหย่อน TISA ปี 2569 กระทรวงการคลังยังอยู่ในระหว่างพิจารณาข้อสรุปขั้นสุดท้าย โปรดรอประกาศทางการ)
เมื่อนำรายได้ทั้งปีลบค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนทั้งหมด จะได้เงินได้สุทธิ แล้วจึงนำไปคิดภาษีตามอัตราก้าวหน้า 8 ขั้นของปี 2569 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2568: 150,000 บาทแรกยกเว้นภาษี เกิน 150,000–300,000 บาทเสีย 5% ช่วง 300,001–500,000 บาทเสีย 10% ช่วง 500,001–750,000 บาทเสีย 15% ช่วง 750,001–1,000,000 บาทเสีย 20% ช่วง 1,000,001–2,000,000 บาทเสีย 25% ช่วง 2,000,001–5,000,000 บาทเสีย 30% และเกิน 5,000,000 บาทเสีย 35%
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: อย่าเอาอัตราเดียวคูณทั้งก้อน
ความผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดคือเห็นว่าเงินได้สุทธิของตัวเองตกอยู่ในขั้น 15% แล้วเอายอดทั้งก้อนคูณ 15% วิธีที่ถูกคือแต่ละช่วงเงินได้เสียภาษีตามอัตราของช่วงนั้นเท่านั้น เช่น เงินได้สุทธิ 600,000 บาท ไม่ได้เสีย 15% ของ 600,000 แต่เสีย 5% ของช่วง 150,001–300,000 (7,500 บาท) บวก 10% ของช่วง 300,001–500,000 (20,000 บาท) บวก 15% เฉพาะส่วนเกิน 500,000 คือ 100,000 บาท (15,000 บาท) รวม 42,500 บาท อัตราภาษีที่แท้จริงจึงแค่ 7.08% ไม่ใช่ 15% — ตารางแจกแจงทีละขั้นในผลคำนวณด้านบนแสดงให้เห็นชัด ๆ
อีกจุดที่คนลืมคือเงินสมทบประกันสังคมหักก่อนคิดภาษี ทำให้เงินได้สุทธิลดลง และค่าใช้จ่ายเหมา 50% มีเพดาน 100,000 บาท คนเงินเดือนสูง ๆ จะชนเพดานนี้เร็ว (รายได้เกิน 200,000 บาทต่อปีก็ชนเพดานแล้ว) จึงอย่าคิดว่าได้หักครึ่งหนึ่งของรายได้เสมอไป สุดท้ายคืออย่าใช้เครื่องคำนวณเก่าที่ยังใช้เพดานประกันสังคม 15,000 บาท เพราะจะคำนวณเงินสมทบและค่าลดหย่อนต่ำกว่าความเป็นจริงในปี 2569
ประกันสังคมเพดานใหม่กับเกณฑ์ยื่นแบบที่ต้องจำ
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ฐานค่าจ้างสูงสุดสำหรับประกันสังคมมาตรา 33 ปรับจาก 15,000 เป็น 17,500 บาทต่อเดือน อัตราสมทบลูกจ้าง 5% จึงสูงสุด 875 บาทต่อเดือน (เดิม 750 บาท) นายจ้างสมทบเท่ากันอีก 875 บาท ใครเงินเดือนเกิน 17,500 บาทจะถูกหักเพิ่มเดือนละ 125 บาท และมีแผนปรับขึ้นอีกเป็น 20,000 บาทในปี 2572 เงินสมทบส่วนลูกจ้างทั้งปี (สูงสุด 10,500 บาท) นำไปหักลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน ส่วนโบนัสไม่ต้องส่งประกันสังคม
ด้านการยื่นแบบ: ผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 120,000 บาทต่อปี (คนโสด) หรือ 220,000 บาทต่อปี (สมรส) ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91 แม้คำนวณแล้วภาษีเป็นศูนย์ กำหนดยื่นแบบกระดาษภายใน 31 มีนาคม หรือยื่นออนไลน์ผ่านเว็บกรมสรรพากรได้ถึง 8 เมษายนของปีถัดไป ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายรายเดือน (ภ.ง.ด.1) จะนำมาเครดิตหักออกจากภาษีทั้งปีตอนยื่นแบบ ถ้าหักเกินจะได้คืน ถ้าหักขาดต้องจ่ายเพิ่ม
ตัวอย่างคำนวณจริง: เงินเดือน 50,000 บาท โสด ไม่มีบุตร
สมมติเงินเดือน 50,000 บาทต่อเดือน ไม่มีโบนัส โสด ไม่มีค่าลดหย่อนอื่น รายได้ทั้งปี 600,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหมา 100,000 บาท (ชนเพดาน) หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และเงินสมทบประกันสังคม 875 × 12 = 10,500 บาท เหลือเงินได้สุทธิ 429,500 บาท ภาษี = 7,500 + (129,500 × 10%) = 20,450 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยหัก ณ ที่จ่ายเดือนละประมาณ 1,704 บาท อัตราภาษีที่แท้จริงเพียง 4.76% เท่านั้น — ลองกรอกตัวเลขนี้ในเครื่องมือด้านบนแล้วเทียบทีละบรรทัดได้เลย
อีกตัวอย่างสำหรับครอบครัว: เงินเดือน 80,000 บาท สมรส (คู่สมรสไม่มีรายได้) มีบุตร 2 คน (คนที่ 2 เกิดหลังปี 2561) เลี้ยงดูบิดามารดา 2 ท่าน รายได้ทั้งปี 960,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท ค่าลดหย่อนรวม 280,500 บาท (ส่วนตัว 60,000 + คู่สมรส 60,000 + บุตร 30,000 + บุตรคนที่สอง 60,000 + พ่อแม่ 60,000 + ประกันสังคม 10,500) เงินได้สุทธิ 579,500 บาท ภาษีทั้งปี 39,425 บาท จะเห็นว่าค่าลดหย่อนครอบครัวช่วยลดภาษีได้มาก
คำถามที่พบบ่อย
เงินเดือนเท่าไหร่ถึงเริ่มเสียภาษีในปี 2569?
คนโสดที่ไม่มีค่าลดหย่อนอื่นนอกจากส่วนตัว 60,000 บาท จะเริ่มมีเงินได้สุทธิเกิน 150,000 บาทเมื่อเงินเดือนประมาณ 26,709 บาทต่อเดือนขึ้นไป (หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% ชนเพดาน 100,000 บาท และประกันสังคม 875 บาทต่อเดือนแล้ว) ถ้ามีค่าลดหย่อนเพิ่ม เช่น บุตรหรือพ่อแม่ จุดเริ่มเสียภาษีจะสูงกว่านี้
ค่าใช้จ่ายเหมา 50% คืออะไร ต้องมีใบเสร็จไหม?
เงินได้ประเภทเงินเดือนค่าจ้าง (มาตรา 40(1)) หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี โดยไม่ต้องมีใบเสร็จ เป็นการหักขั้นแรกก่อนหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ รายได้เกิน 200,000 บาทต่อปีจะชนเพดาน 100,000 บาททันที
ประกันสังคมนำไปหักลดหย่อนได้เท่าไหร่?
เงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 ที่ลูกจ้างจ่ายจริงหักลดหย่อนได้เต็มจำนวน ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 ฐานสูงสุด 17,500 บาทต่อเดือน จึงหักได้สูงสุด 875 × 12 = 10,500 บาทต่อปี ส่วนโบนัสไม่ต้องส่งประกันสังคมจึงไม่มีผลต่อยอดนี้
ต้องยื่นแบบภาษีเมื่อไหร่ ยื่นที่ไหน?
ผู้มีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี (โสด) หรือ 220,000 บาทต่อปี (สมรส) ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91 แม้ภาษีเป็นศูนย์ ยื่นแบบกระดาษภายใน 31 มีนาคม หรือยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรถึง 8 เมษายน ของปีถัดไป
โบนัสเสียภาษีอย่างไร?
โบนัสรวมเป็นเงินได้มาตรา 40(1) ทั้งปี ไม่มีอัตราแยกสำหรับโบนัส นายจ้างจะคำนวณภาษีทั้งปีใหม่ในงวดเงินเดือนธันวาคมจากยอดสะสม แล้วหักลบยอดที่หักไว้แล้ว 11 เดือน ดูวิธีคิดละเอียดที่เครื่องคำนวณภาษีโบนัส
ทำไมผลคำนวณต่างจากสลิปเงินเดือน?
สาเหตุพบบ่อย: (1) นายจ้างหัก ณ ที่จ่ายรายเดือนด้วยวิธีประมาณการ อาจไม่ตรงภาษีจริงทั้งปี — ยอดที่ถูกคือตอนยื่นแบบ (2) ฐานส่งประกันสังคมของบริษัทอาจต่ำกว่าเงินเดือนจริง (3) คุณอาจมีค่าลดหย่อนที่นายจ้างไม่รู้ เช่น ประกันชีวิต กองทุน TISA ให้แจ้งฝ่ายบุคคลผ่านแบบ ล.ย.01 ต้นปีเพื่อให้หัก ณ ที่จ่ายตรงขึ้น
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ข้อควรทราบ: เครื่องมือนี้ใช้สมมติฐานแบบง่ายตามที่อธิบายไว้ข้างต้น ผลลัพธ์เป็นการประมาณการเพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น กรณีเฉพาะของคุณอาจต่างออกไปจากค่าลดหย่อนเพิ่มเติม (ประกัน กองทุน TISA/RMF) รายได้หลายแหล่ง หรือนโยบายบริษัท หากต้องการตัวเลขที่เป็นทางการ โปรดตรวจสอบกับฝ่ายบุคคล–บัญชี หรือกรมสรรพากร อัตราภาษีและค่าลดหย่อนอ้างอิงข้อมูล ณ ตุลาคม 2026